News and Article

 

 

ในปัจจุบันนี้เราจะได้เห็นว่าโลกของเราได้เข้าสู่ของยุคเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ตลาดเกิดการแข่งขันที่ดุเดือดมากขึ้น จะเห็นได้ว่าผู้ประกอบการต่างผลิตสินค้าที่อัดแน่นด้วยองค์ประกอบและคุณสมบัติที่มากมาย มีการใช้งานที่หลากหลายออกมาสู่ท้องตลาดเพื่อดึงดูดผู้บริโภคที่พร้อมจะจ่ายเงินให้ได้มาเป็นเจ้าของ ไม่ว่าจะเป็นตลาดมือถือที่เปลี่ยนไปยุคจากเดิมอย่างไม่เห็นฝุ่น หรือจะเป็นตลาดรถยนต์ที่ต่างก็นำเทคโนโลยีเข้าไปผสมผสานกับการเดินทางเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค หรือตลาดของใช้ไฟฟ้า ที่มีฟังค์ชั่นต่างๆ เพิ่มเข้ามาแบบที่เราอาจไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะได้ใช้หรือไม่ สิ่งเหล่านี้มาพร้อมกับราคาที่สูงขึ้นไปด้วย ซึ่งอาจตอบโจทย์เฉพาะผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อเท่านั้น แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่งโดยเฉพาะประเทศไทย กลุ่มผู้บริโภคที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดมหาศาลกลับกลายเป็นกลุ่มรายได้ปานกลาง ซึ่งในตลาดนี้ ราคาและคุณภาพ เป็น 2 ปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อสินค้า ส่งผลให้ตลาดแม้จะแข่งขันด้านราคาแต่ก็ต้องให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพและการใช้งานอีกด้วย ทำให้ผู้บริโภคที่อาจมีกำลังซื้อไม่เท่ากลุ่มตลาดบน ได้มีโอกาสเลือกซื้อของที่มีราคาเอื้อมถึง กับคุณภาพที่ดีและตอบโจทย์ได้จริง รวมถึงตลาดที่มีการแข่งขันสูงมากๆ อย่างตลาดอสังหาฯ ก็เช่นกัน

จากผลสำรวจตลาดอสังหาฯ ใน 2 ปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าตลาดอสังหาฯ ทั้งบ้าน และคอนโด ในประเทศไทยโดยเฉพาะกรุงเทพฯ ได้ปรับตัวสูงขึ้นมาก ทั้งด้านราคา และจำนวนโครงการที่ผุดขึ้นทุกวัน ซึ่งเป็นผลโดยตรงมากจากแผนงานพัฒนาระบบคมนาคมพื้นฐานอย่างรถไฟฟ้าที่ทางภาครัฐได้อัดเม็ดเงินลงทุน ทำให้คำจำกัดความของ “ทำเลที่ดี” ถูกตัดสินด้วยระยะห่างจากรถไฟฟ้า ผู้ประกอบการอสังหาฯ โดยเฉพาะคอนโดฯ ในเมืองจึงพยายามชูจุดขายว่าเป็นโครงการคอนโดฯ แนวรถไฟฟ้า ใกล้รถไฟฟ้ากันแทบจะทุกราย ไม่ว่าจะเป็นแนวรถไฟฟ้าที่เปิดให้ใช้งานแล้ว หรือรถไฟฟ้าที่จะเปิดในอนาคต ทำให้จุดขาย “คอนโดใกล้รถไฟฟ้า” กลายเป็นจุดขายพื้นฐานของโครงการคอนโดฯ ในกรุงเทพฯ ไปแล้ว แต่สิ่งที่จะดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อในยุคปัจจุบันได้จริงนั้น แค่ทำเลรถไฟฟ้าอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องมีองค์ประกอบด้านอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะการใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันของผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งเราจึงได้เห็นผู้ประกอบการนำนวัตกรรม/เทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้ในโครงการ (Proptech) รวมถึงการใส่ใจในรายละเอียดเรื่องของการออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งาน การเลือก facilities ต่างๆ ในโครงการ ซึ่งทำให้โครงการมีจุดเด่นที่แตกต่างกับโครงการอื่นๆ รวมถึงการตอบโจทย์การอยู่อาศัยของผู้บริโภคที่มีความต้องการที่หลากหลายได้ดียิ่งขึ้น 

เจาะลึกแนวโน้มที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ จากรายงาน DDproperty Property Index ได้ที่นี่

 

สำหรับปีนี้ เราจะเห็นโครงการมากมายที่เริ่มเปลี่ยนแปลง หนึ่งนั้นคือ “ASPIRE” จากแบรนด์ AP ซึ่งแน่นอนว่าหากพูดถึงคอนโด ASPIRE หลายคนคงคิดถึงคอนโดที่อาจไม่มีอะไรหวือหวาเพราะด้วยราคาทีไม่ได้สูงและมีกลุ่มตลาดที่ค่อนข้างกว้าง แต่ด้วยการแข่งขันของตลาดอสังหาฯ ในยุคปัจจุบัน ASPIRE จึงเป็นอีกตัวอย่างที่ดีสำหรับคอนโดที่เปิดตัวใหม่ในปีนี้ ที่เปลี่ยนรูปแบบโครงเพื่อเจาะกลุ่มตลาดที่มีความต้องการหลากหลาย โดยทาง ASPIRE ได้เปิดตัวโครงการนำร่องสำหรับปีนี้คือ “ASPIRE สาทร-ราชพฤกษ์” ซึ่งมีจุดเด่นด้วยกันหลักๆ 3 ข้อ

1.ทำเลดี ใกล้รถไฟฟ้า

ปัจจัยพื้นฐานของคอนโดในสมัยนี้ เรื่องรถไฟฟ้าคงขาดได้ แม้ทางโครงการ ASPIRE สาทร-ราชพฤกษ์ จะพูดไม่ได้ว่าติดรถไฟฟ้าซะทีเดียว แต่ทางโครงการได้สร้าง Skywalk หน้าโครงการที่เชื่อมต่อโดยตรงกับ BTS และ MRT สถานีบางหว้า ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างจุดขายเรื่องทำเลที่ดีและตอบโจทย์การเดินทางของผู้บริโภค รวมถึงศักยภาพทำเลโซนราชพฤกษ์ที่สามารถเชื่อมต่อกับถนนสำคัญได้หลายเส้นทาง มีสถานที่สำคัญทั้งสถานศึกษา (มหาวิทยาลัยสยาม), ห้างสรรพสินค้า (The Mall ท่าพระ, The Mall บางแค, Seacon บางแค) และ สถานพยาบาล (โรงพยาบาลพญาไท 3)

2. Facility ที่เพิ่มขึ้น

หากพูดถึงคอนโดทั่วไปแล้ว เรื่อง Facility ประเภทฟิตเนส สระว่ายน้ำ คงเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่ ASPIRE สาทร-ราชพฤกษ์ ได้ปรับ Facility ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้น โดยแบ่งพื้นที่ส่วนกลางเป็น 3 ชั้น โดยชั้นล่างสุดได้ออกแบบพื้นที่ส่วนกลางให้เป็น Co-Working Space ที่มีหลากหลายรูปแบบรวมถึงติดตั้ง wifi ให้สามารถใช้งาน internet ได้ครอบคลุมทั้งโครงการ รวมถึงตู้ล๊อคเกอร์แบบ QR Code ส่วนชั้น 8 ซึ่งเป็นพื้นที่ของสระว่ายน้ำและฟิตเนส ได้ออกแบบตามการใช้งานของผู้บริโภคทั้ง การว่าย และการแช่น้ำ ส่วนฟิตเนส ได้เพิ่มเครื่องเล่นชนิดใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การเล่นฟิตเนสที่หลากหลาย และ สุดท้ายคือชั้นด่านฟ้า ที่ออกแบบให้เปิดกว้าง 360 องศา และแบ่งพื้นที่สำหรับใช้เป็นลานกิจกรรม ลานพักผ่อน และพื้นที่สวน ให้ลูกบ้านแต่ละได้พักผ่อนตามรูปแบบของตัวเอง

3.ดีไซน์และจัด Layout ห้องแบบใหม่

สำหรับคอนโดแล้ว พื้นที่ที่จำกัดอาจเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สิ่งที่แบรนด์ ASPIRE ได้ปรับเปลี่ยนก็คือการออกแบบห้องให้มีพื้นที่ใช้งานได้มากขึ้นแม้ในพื้นที่ที่จำกัด พร้อมทั้งเก็บรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ โดยทาง ASPIRE มีรูปแบบห้องที่มากขึ้นตั้งแต่ 26 ตร.ม. ถึง 48 ตร.ม. สามารถแบ่งพื้นที่ให้หลากหลายทั้ง 1 และ 2 ห้องนอน โดยแต่ละห้องมีการแยกส่วนครัว และพื้นที่เอนกประสงค์อย่างชัดเจน

*หากคุณสนใจคอนโด ASPIRE สาทร-ราชพฤกษ์ 21-22 ก.ค. นี้ ทางคอนโดจะเปิดให้จอง ในราคาเริ่มต้น 2.65 ล้านบาท พร้อมโปรโมชั่นฟรีเฟอร์นิเจอร์ครบและเครื่องใช้ฟ้า สามารถดูรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่ Apthai.com หรือสอบถามโทร. 1623

แม้ในช่วงหลังๆ ผู้ประกอบการอสังหาฯ จะมีโครงการใหญ่ๆ ซึ่งโฟกัสโครงการระดับบนเพราะเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจและหนี้ครัวเรือนที่สูงมากขึ้น  แต่ใช่ว่าตลาดที่อยู่อาศัยสำหรับมนุษย์เงินเดือนอย่างเราจะไม่มีการเคลื่อนไหว ในทางตรงกันข้าม การแข่งขันของผู้ประกอบการในการพัฒนาสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความแตกต่างและดึงดูดใจผู้ซื้อ รวมถึงการสร้างความแตกต่างในจุดเล็กๆ น้อยๆ ภายในโครงการ ทำให้ผู้ซื้อในยุคปัจจุบันมีตัวเลือกที่น่าสนใจมากขึ้นทั้งเรื่องของทำเลและไลฟ์ไสต์ หากผู้บริโภคศึกษาหาข้อมูลอย่างตั้งใจ ก็ไม่ยากที่จะได้เลือกบ้านที่ ใช่ ที่มีคุณภาพเหมาะกับผู้บริโภคทั้งเรื่องของรายได้และความเป็นอยู่

เรื่องข้างต้นเขียนโดย เสฐียรพงษ์ อิ่มรัตนรัก Social Media Marketing ประจำเว็บไซต์ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.